วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

เรื่อง รักครั้งเเรก ตอน1 พบรัก

หลายวันมานี้ ผมเปิดดุู กูเกิลสตรีทวิว เลยนึกถึงอดีต ตอนม.1 ตอนที่ตัวยังเล็ก ขาเล็กเเขนเล็ก  เเละ เล็กไปทั้งตัว  
ตอนนั้นบ้านหลังนี้ มันคือความหลัง เมื่อครั้งนั้น รักครั้งเเรก ของผมมันเกิดขึ้นนะบข้านหลังนี้  ตอนนั้นสีมันสดใสกว่านี้  มันเป้นบ้านที่เเลดูมีชีวิตชีวามากในตอนนั้น 
บ้านหลังนี้มีคนที่ ผมรักพักอาศัยอยุ่ 
ตอนนี้มันเเลดูเก่า มากๆ ผมไม่รู้ว่า เจ้าของบ้านเปลี่ยนมือไปหรือยัง  หรือยังเป็นเจ้าของเก่าอยู่ ตั่งเเต่ผมย้ายจากตรงนั้นมาอยู่สมุทรปราการ ผมก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย เเต่สิ้งที่เหลือคือความทรงจำเก่าที่ ไม่เคยลืม กับรักครั้งเเรกที่เกิดขึ้นที่นี่


วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

เห่อเหมือนกันนะSocial cam

http://socialcam.com/u/Bbo4QmVh


บมาราตรีสวัสดิ์วิ้งๆ
By Deer Kimshaein
126 likes
Fweifprt-150.0x200.0-8.5_popular
Fun. - We Are Young Live (at iHeartRadio)
Hqdefault
What NOT to say to Girls pt.1
Hqdefault

หน้าเหมือนแมวจิระศักดิ์







วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

เรื่องย่อ บ่วง ตอน6 ละคร ช่อง3




เรื่องย่อบ่วงตอน 1 ละครช่อง 3

เรื่องย่อ บ่วง ตอน6  ละคร ช่อง

ตอนที่ 6

กลับจากทำงานถึงบ้านในตอนค่ำ ศามนรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก เพราะลูกเมียไปเที่ยวหัวหิน เหลือเพียงตัวเองคนเดียว มองไปมุมไหนก็มีแต่ความเงียบ ปราศจากเสียงหัวเราะหรือการกระเซ้าเหย้าแหย่ของลูกแฝดชายหญิง

ขณะที่ศามนหงอยเหงาอยู่กับบ้าน ภรรยาของเขากำลังเล่นกีตาร์อยู่ชายหาดให้ลูกๆและพวกอนุกูลฟัง ทุกคนล้อมวงฟังอย่างมีความสุข โดยเฉพาะอนุกูลที่มองรัมภาไม่วางตา ชื่นชมความงามความเท่ของเธอ

ไลล่ากับรัสตี้ชมแม่ตัวเองเล่นกีตาร์เก่ง และให้ข้อมูลอย่างอวดๆว่า คุณแม่หัดเล่นตั้งแต่เด็ก อนุกูลจึงว่าเล่นเก่งขนาดนี้ต้องมาสอนตนหน่อยแล้ว ผู้หญิงเล่นกีตาร์ตนว่ามันเท่มาก

รัมภาสบตาอนุกูลขอบคุณ ทั้งสองมองกัน ฝ่ายหญิงไม่ได้คิดอะไรเล่นกีตาร์ต่อไปเรื่อย แต่แววตาฝ่ายชายชื่นชมจริงจัง จนวรรณศิกามองเขาแปลกๆ สงสัยว่ามองเมียชาวบ้านทำไม แต่พัชนีไม่สนใจอะไร ฟังเพลงเคลิ้มไปอย่างมีความสุข

ในคืนเดียวกันที่บ้านสาวเซ็กซี่นามเดือนแรม

เธอนอนจับไข้อยู่บนเตียง ทองดีหรือดีดี้เยี่ยมหน้าเข้ามาดู ถามคุณนายเป็นยังไงบ้าง...พูดขาดคำสิ่งของข้างตัวเดือนแรมลอยหวือเข้าใส่ แต่ดีดี้ว่องไวหลบวูบเลยไม่โดน

“ไม่ต้องมาพูด เอ็งน่ะหนีไปก่อนเลยนะ” เดือนแรมแว้ดขึ้น

“โธ่...ก็ดีดี้ตกใจนี่คะ”

“แล้วยายทวดตัวแสบเป็นยังไงบ้าง”

“ดูๆก็ไม่เป็นไรนะ อีแบบนี้อาจจะหลับยาวถึงเช้า จะให้หมอมาดูไหมล่ะ”

“เรื่องอะไร...หน็อย คิดจะฆ่าหลานแท้ๆ ไม่เอา

ยาเบื่อให้กินก็ดีแล้ว ปล่อยไว้อย่างนั้นล่ะ อยากตายก็ตายไปเลย”

“ตอนดีดี้วิ่งเข้ามาเห็นคุณนายสลบอยู่ทาง ยายทวดสลบอยู่ทาง ดีดี้เลยไปตามพวกข้างบ้านมาพาคุณนายกับทวดเข้าไปในห้อง ยายเพ็ญน่ะท่าทางแปลกไปจริงๆนะ เหมือนไม่ใช่ยายทวดเพ็ญ”

เดือนแรมนิ่งไป นึกย้อนตอนเห็นภาพทวดเพ็ญหน้าเละเป็นผี ให้เข้าใจว่าแกคงโดนผีเข้าแน่แล้ว ร้องลั่นว่าน่ากลัวจริงๆ

“แล้วคืนนี้เอาไงต่อ จะไปให้ท่าคุณศามนหรือไม่” ดีดี้ถามขึ้นมา เลยโดนนายสาวตวาดด่าขี้หูแทบร่วง

“อีบ้า!! ใครจะมีอารมณ์ ไปเอายาแก้ไข้มาซิ

ปวดหัว ตัวก็รุมๆเหมือนจะเป็นไข้”

“จ้ะ” ดีดี้รับคำเบาๆ ผละออกไป แต่ไม่วายหันกลับมามองนายสาวอีกที “จับไข้หัวโกร๋นเลยนายกู” บ่นคนเดียวแล้วจากไป โดยไม่เห็นผีอีแพงโผล่มายืนแค้นอยู่หน้าประตู

“อีอบเชย หน็อย...คืนนี้พลาดไปเพราะแกแท้ๆ” มันคำรามแล้วล่องหนไปยังเรือนเล็ก เป็นเวลาที่ศามนนอนหลับไปแล้ว ผีแพงมุดเข้ามาในผ้าห่มนอนข้างศามนหรือคุณหลวงที่มันรักนักรักหนา มันลูบไล้แผ่นอกเขาด้วยความสิเน่หา

“อีเดือนแรมมาคืนนี้ไม่ได้ไม่เป็นไร ตัณหา

ราคะเหมือนเชื้อไฟ มันรอเวลาจุดติดอยู่ทุกเวลา” อีแพงรำพันแล้วจูบที่แก้มศามน “คุณหลวงเจ้าขา นอนโดด–

เดี่ยวเดียวดายมาเป็นเดือนแล้ว เมียคุณหลวงมันใจจืดใจดำ เราก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน อ้อมกอดอุ่นของอีแพงกับอีเดือนแรมยังอยู่ตรงนี้ เราสองคนจะปรนเปรอให้คุณหลวงเอง”

พริบตานั้น ศามนมีอาการกระสับกระส่าย ฝันถึงห้วงเวลาที่นอนกับเดือนแรมและแพง เหงื่อกาฬเขาแตกพลั่ก กระสับกระส่ายเพิ่มขึ้น มือไม้อยู่ไม่สุข...แพงเฝ้ามองอาการเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

ooooooo

ที่ชายหาดหัวหิน รัมภาสอนอนุกูลเล่นกีตาร์ โดยมีลูกแฝดของเธอและพัชนีกับวรรณศิกาเดินเล่นเก็บเปลือกหอยห่างออกไป อนุกูลเล่นเพลงคลาสสิก ทำให้รัมภานึกถึงความสวยงามที่เธอชอบ ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้ ถ้านึกถึงอย่างนี้ได้ ก็จะเล่นเพลงนี้ได้ดี

เมื่อเธอว่ามาอย่างนั้น เลยเข้าทางหนุ่มเจ้าชู้เข้าอย่างจัง “อืม...งั้นผมต้องนึกถึงผู้หญิงสวย ซึ่งก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว”

รัมภาหัวเราะเบาๆ ไม่ถือสา เปรยขึ้นว่า “คุณนี่ สมเป็นเพลย์บอยจริงๆ”

ระหว่างที่อนุกูลมองหน้ารัมภาอยู่นั้น ในหัวเขากลับมีภาพของพัชนีแทรกเข้ามา ความงามที่อนุกูลประทับใจลึกๆคือความน่ารักของพัชนี หลายอิริยาบถที่เขาเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นตอนเธอนั่งทำงาน เคร่งเครียดหรือหัวเราะสดใส และในยามที่เธอนอนหลับเฝ้าไข้เขาที่โรงพยาบาล

อนุกูลนิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วสะดุ้งเเมื่อได้สติว่า

ตัวเองกำลังคิดอะไร เขาร้องเฮ้ยออกมาจนรัมภาแปลกใจ เธอได้ยินเขาพึมพำว่ายายนี่ พร้อมๆกับมองไปยังพัชนีเหมือนจะเอาเรื่อง

“คุณพัชเหรอ” รัมภาเอ่ย “เขาเป็นความสวยงามอย่างหนึ่งจริงๆ เมื่อเทียบกับผู้หญิงสมัยนี้ที่แข่งกันทำท่ามั่นใจ แข่งกันตกแต่งตัวเองด้วยเครื่องสำอาง คุณพัชคือความสวยงามแบบธรรมชาติ ใสซื่อและจริงใจ”

“อย่า...อย่าพูดอย่างนั้นได้โปรด คนเท่ๆ ชิคๆอย่างผม ไปกันไม่ได้กับวัตถุโบราณล้าสมัย จืดสนิท...ฮึ่ย ไม่ได้แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ”

อนุกูลลุกพรวดไปกวักมือเรียกพัชนีให้ออกจากกลุ่มเด็กแฝดและวรรณศิกา พัชนีเห็นสีหน้าเขาบึ้งตึง นึกสงสัยว่าเขาโมโหอะไรมา อนุกูลเห็นแม่ชีพัชยังยืนเด๋อ จึงขึ้นเสียงเล็กน้อย เธอถึงยอมเดินมาหา

ชายหนุ่มเดินนำเธอไปมุมหนึ่ง อนุกูลจ้องหน้าเธออย่างแค้นไม่หาย ถามเธอว่าเล่นของใส่ตนหรือเปล่า พัชนีตกใจจนใบ้กิน ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรไปอีก

“ฉันเคยเห็นในละคร มันมีน้ำมันพราย มีแบบเอาหุ่นมาผูกกันอะไรแบบนั้น...อย่าให้รู้นะว่ามาทำใส่ฉัน ไม่งั้นฉันเอาเธอตายแน่ จะเอาให้ตายคามือเลยทีเดียว” อนุกูลรัวเป็นชุด และทำมือไม้เหมือนจะบีบคอเธอ นั่น

ยิ่งทำให้แม่ชีพัชงงเป็นไก่ตาแตก พึมพำไล่หลังเขาไปว่า “อะไรของเขา!”

ooooooo

วันนี้ เพ็ญนอนหลับไปอีกครั้งหลังอาหารมื้อเช้า ทองดีหรือดีดี้จัดแจงเก็บสำรับอาหารออกมาหาเดือน-แรมที่รออยู่หน้าห้อง

“เป็นไงบ้าง” นั่นคือคำถามแรกจากเดือนแรม ดีดี้รายงานทันทีว่า ตื่นขึ้นมาตรวจทองในหีบ กินข้าว แล้วก็นอน เหมือนคนเดิม สงสัยผีออกแล้ว เดือนแรมโล่งใจ บอกว่าค่อยยังชั่ว

“แล้วคุณจะเอาไงต่อคะ พรุ่งนี้คุณรัมภาก็จะกลับจากทะเลแล้ว ไม่เผด็จศึกคุณศามนคืนนี้ก็ไม่มีโอกาสแล้วนะ”

ฟังดีดี้แล้ว...เดือนแรมหน้าเคร่งคิดหนัก ในขณะเดียวกันที่บ้านพักริมทะเล คณะของรัมภากำลังทานอาหารเช้า รัสตี้กับไลล่าแยกไปทานหน้าทีวีเพราะมีการ์ตูนที่ชอบ ทั้งคู่จึงไม่ได้ยินการสนทนาของผู้ใหญ่

อนุกูลนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งใน

หัวหิน ก่อนถามรัมภาว่าอยากไปที่ไหน รัมภาไม่ตอบแต่กลับมองหาพัชนี ถามว่าเธอไปไหน?

“อย่าไปสนใจเลย เขาไปวัดตั้งแต่เช้า วัดเมื่อวานนั่นแหละ มีงานอะไรไม่รู้ช่วงนี้ มีแต่คนดีๆเขาไปกัน คนเลวๆเดินเฉียดไม่ได้ เขาบอกลุงอะไรไม่รู้มา” อนุกูลสีหน้าท่าทีเบื่อหน่าย 
“ลุงช่วง...ลุงที่เลี้ยงยัยพัชมา วัดเขาเปิดศูนย์วิปัสสนา ลุงเขามาช่วยตั้งแต่เมื่อคืน ยัยพัชเลยออกไปตั้งแต่เช้า” วรรณศิกาอธิบายชัด ทำให้อนุกูลนึกออกถามขึ้นว่า ลุงช่วงคนที่เป็นหมอผีใช่ไหม “เขาไม่ได้เป็นหมอผี เขาก็แค่มีความสามารถพิเศษ รู้เห็นบางอย่างเท่านั้นเอง คราวที่แล้วนั่นเขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย”

“คราวที่แล้วทำไมคะ” รัมภาซักด้วยความสงสัย... วรรณศิกาตอบทันทีว่า เรื่องบ้านคุณ อนุกูลจ้องหน้าปรามด้วยการทำท่ารูดซิปปาก ทำให้สาวปากไวหัวเราะแหะๆ ก่อนอ้อมแอ้มว่า คุณนุไม่ให้พูด

“แต่ฉันอยากรู้นี่คะ” รัมภาสีหน้าขอร้อง แต่อนุกูลส่ายหน้าไปมาปรามพี่วรรณ
นึกว่าจะสำเร็จ...ที่ไหนได้ วรรณศิกากลับพ่นพรวดออกมาอย่างอดใจไม่ไหวจริงๆ

“จำที่ยัยพัชถ่ายรูปบ้านคุณได้ไหมคะ ยัยพัชเขาเอากลับบ้าน ลุงช่วงมาเห็นเข้า เขารีบเข้าไปนั่งสมาธิใหญ่ เขาบอกว่าบ้านคุณมีวิญญาณร้าย แต่พวกเราเห็นว่าไม่เหมาะที่จะบอกคุณกับคุณมน...อุ๊ย หลุดปาก ขัดคำสั่ง ต๊าย...ไม่เคยขัดคำสั่งเลยนะเนี่ย” เธอทำตลกกลบเกลื่อน แล้วปะเหลาะว่า “เอาน่า เชื่อหรือไม่เชื่อ คนฉลาด

อย่างคุณรัมภาเขาจัดการได้ ก็แค่รู้เอาไว้”

“ฉันอยากเจอคุณลุงคนนี้” รัมภาตัดสินใจแน่แน่ว แล้วจัดแจงฝากลูกแฝดให้อยู่กับอนุกูล ส่วนวรรณศิกาทำหน้าที่โทร.ถามเส้นทางไปวัดจากพัชนีมาให้

เมื่อเดินทางไปถึงวัด รัมภามีโอกาสคุยกับลุงช่วงโดยที่พัชนีก็อยู่ด้วย ลุงช่วงพอจะรู้ข้อมูลของรัมภาบ้างแล้วจากหลานสาว แกแนะนำตัวว่า

“ผมเป็นคนธรรมดาไม่ใช่หมอผี ไม่ใช่เจ้าเข้าทรง ถ้าจะถามอะไรต้องแน่ใจก่อนนะว่าตัวเองต้องการอะไร”

“ดิฉันเจอวิญญาณร้ายและวิญญาณดีที่คุณลุงบอกแล้ว”

“เจอเลยหรือ?”

“วิญญาณดี...นั่นคือคุณทวดเห็นในฝัน วิญญาณร้ายเห็นด้วยตา ด้วยหู ด้วยสัมผัสมากมายจนแทบ

จะเป็นบ้า” สีหน้ารัมภามีแต่ความทุกข์ทนจนลุงช่วงสังเกตได้

“เฮ้อ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อย่างที่บอก ผมไม่ใช่หมอผี ผมปราบผีให้ไม่ได้ ต้องขอโทษจริงๆ เราทุกคนมีเวรกรรมติดตัว ใครทำอะไรได้อย่างนั้น นี่คือกฎที่ยุติธรรมที่สุดของธรรมชาติ การให้อภัย อย่าจองเวรต่อกัน เป็นทางตัดกรรมที่ดีที่สุด”

ลุงช่วงสรุปชัดเจนแล้วเดินจากไป รัมภาว้าวุ่นกระวนกระวาย พัชนีมองออกบอกเธอว่า ลุงจะไปนั่งสมาธิ ท่านคงช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นคงช่วยไปแล้ว แต่รัมภาไม่ยอมรามือง่ายๆ เดินตามลุงช่วงไปหยุดใต้ต้นไม้ร่มรื่นที่แกกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิ

รัมภาส่งเสียงเรียกลุงช่วงเพื่อขอความช่วยเหลือ พัชนีที่ตามมาเตือนเธอให้เบาหน่อย ตรงนี้เป็นที่ปฏิบัติ

ธรรม รัมภาจึงเบาเสียงลง แต่หน้าตาเธอว้าวุ่นเว้าวอนอย่างที่สุด

“ดิฉันกราบขอโทษคุณลุงด้วย คุณลุงกำลังทำบุญด้วยการนั่งสมาธิ แต่หากมีลูกนกลูกกาที่ไม่มีทางออกใดๆ กำลังจะเป็นบ้า กำลังจะทำร้ายลูกตัวเองและคนอื่น คุณลุงจะกรุณาทำบุญด้วยการช่วยเหลือคนคนนั้นก่อนจะได้ไหมคะ ที่ท่านพูด...ให้อภัย ทำได้ไม่ยากหรอกค่ะ แต่ถ้าดิฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จู่ๆมาทำร้ายดิฉันและครอบครัวทำไม ดิฉันจะให้อภัยเขาได้ยังไงคะ ถ้าไม่รู้ต้นตอสาเหตุ เราจะเริ่มต้นแก้ปัญหาได้ยังไง”

ลุงช่วงยังหลับตานิ่งเงียบ พัชนีเห็นไม่ได้ผล ย้ำเตือนรัมภาว่าลุงคงช่วยไม่ได้จริงๆ เราออกไปข้างนอกก่อนเถอะ รัมภาจนใจลุกขึ้นหน้าเศร้าจะเดินตามพัชนีออกไป แต่นาทีนั้นลุงช่วงเอ่ยปากทั้งที่ยังไม่ลืมตา

“คุณมีความเชื่อในเรื่องชาติภพแค่ไหน”

“ชาติภพ?” รัมภาทวนคำแผ่วเบา

“ถ้าไม่เชื่อ อย่าฟังเลย ไม่มีใครอยากเป็นบ้าในสายตาคนอื่นหรอกนะ”

“เรื่องเป็นบ้า ดิฉันอยู่ใกล้เป็นบ้ามากกว่าคุณลุงค่ะ เพราะฉะนั้นฉันอยากฟัง”

ในที่สุด ลุงช่วงก็ตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตให้รัมภากับพัชนีฟัง โดยเริ่มต้นเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ของอบเชย เธอมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อชื่นกลิ่น ซึ่งรัมภาจำได้ว่าชื่นกลิ่นคือคุณยายของศามน

“คุณชื่นกลิ่นมีคนใช้ติดตัวคนหนึ่งเป็นลูกแม่ครัว ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าแพง แพงเป็นหญิงคนสนิทดูแลคุณชื่นกลิ่นมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสามคนคือคู่เวรคู่กรรมมายาวนาน นางแพงหลงรักหลวงภักดีบทมาลย์มาก่อน ต่อมานางแพงเกิดริษยานายสาวของตน มุ่งมั่นจะแย่งคุณหลวงมาจากคุณชื่นกลิ่น คุณอบเชยจึงออกโรงปกป้องลูกสาวสุดที่รัก ด้วยการก่อเวรก่อกรรมกับนางแพง”

อบเชยขัดขวางและทำร้ายแพงอย่างไม่ปรานี สร้างความเจ็บปวดและความแค้นให้แพงอย่างที่สุด ลุงช่วงเล่ารายละเอียดมาถึงตรงนี้แล้วถามรัมภาว่าจำอะไรได้บ้างไหม

“จำ? ทำไมต้องจำคะ”

“คุณคือคุณชื่นกลิ่นกลับชาติมาเกิด”

รัมภากับพัชนีตกใจมาก ลุงช่วงถามรัมภา

ทันทีว่า ฟังต่อได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็เชิญกลับไปได้เลย รัมภาท่าทีกลัวเหมือนกัน แต่ตัดสินใจให้แกเล่าต่อไป

“วิญญาณร้ายหนึ่งตน วิญญาณดีอีกหนึ่งตน รู้ไหมว่าเขาคือใคร”

คำถามของลุงช่วงทำให้รัมภาย้อนคิดถึงตอนที่ตนเคยฝัน...ในฝันชื่นกลิ่นชื่นชมเพลงกล่อมลูกของอบเชย เธอว่าได้ฟังทีไรรู้สึกสุขใจจนบอกไม่ถูก...

“ทวดอบเชยเป็นแม่ของชื่นกลิ่นเมื่อชาติที่แล้ว ฉันเคยหลุดปากเรียกท่านว่าแม่ ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม เพราะเหตุนี้ฉันจึงรู้สึกว่าคุณทวดอบเชยคอยปกป้องฉัน” รัมภาลำดับเรื่องได้เอง ส่วนลุงช่วงเสริมต่อไปว่า

วิญญาณคุณทวดอบเชยคือวิญญาณดีที่อยู่ในเรือนหลังใหญ่ และมีอำนาจอยู่ในบริเวณเรือนหลังใหญ่นั้น คุณหลวงภักดีบทมาลย์มาเกิดเป็นสามีของรัมภาอีกครั้งในชาตินี้ เขาคือศามนนั่นเอง

“ถ้าอย่างนั้นวิญญาณร้ายที่อยู่ในบ้านคือนางแพงที่เป็นคนสนิทของคุณชื่นกลิ่นหรือคะ”

“นางผีแพงยังไม่คลายรักจากคุณหลวง ยังไม่คลายอาฆาตที่มีต่อคุณ นางผีแพงมุ่งทำร้ายที่ชีวิตครอบครัว ของคุณ”

จริงอย่างที่ลุงช่วงพูดมา รัมภาเคยได้ยินเสียงกระซิบข้างหูว่า ให้ระวังลูกแฝดของเอ็งไว้ให้ดี ข้าจะมาเอาชีวิตลูกแฝดของเอ็ง แล้วยังเห็นตัวหนังสือขู่ฆ่าในห้องน้ำ และ ล่าสุดก็โดนผีหลอกอย่างหนักจนรัสตี้เกือบถูกรถชน

“แบบนี้นี่เอง แล้วเขาแย่งสำเร็จไหมคะ ที่ดิฉันเห็น ที่รู้สึก เหมือนมีเรื่องราวมากกว่านี้ วิญญาณร้ายมีแต่ความเจ็บปวดเหมือนกับถูกทรมาน คุณลุงกรุณาเล่าต่อได้ไหมคะ”

“เรื่องที่จะเล่าต่อไปเหมือนนิทานเรื่องยาว เหมือนเรื่องความรักความโกรธแค้นที่เห็นอยู่ทั่วไปในโลก ถ้าอยากฟังจริงๆ ก็จะเล่าให้ฟัง”


ย้อนกลับไปสู่อดีต...เช้าวันนี้ที่เรือนใหญ่ คุณหลวง ชื่นกลิ่น บัวสวรรค์ ทานอาหารพร้อมกัน โดยแพงคอย ปรนนิบัติ ทำท่าใส่ใจแต่ชื่นกลิ่น พยายามไม่สนใจคุณหลวง ให้ใครสังเกตได้ แพงแอบคิดด้วยความแค้นคุณหญิงอบเชยที่ออกคำสั่งไม่ให้มันยุ่งกับคุณหลวง แต่แพงไม่รับรองถ้าคุณหลวงมายุ่งกับมันเอง อยากรู้นักคุณหญิงจะทำยังไง?

คิดดังนั้นแล้ว รุ่งขึ้นแพงออกจากเรือนมุ่งหน้าไปโรงโสเภณี เข้ามาพินอบพิเทาแม่เล้าเพื่อขอให้แกสอนวิชาหาผัว แม่เล้าได้ฟังถึงสะดุ้งลุกพรวด แปลกใจผู้หญิงอะไรหน้าไม่อาย รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา

“ผู้หญิงอย่างข้านี่แหละ บ่าวกำพร้า อดมื้อกินมื้อ ไร้ทรัพย์ ไร้เกียรติ ไม่รู้หนังสือ หากแม้ตายไปวันนี้ ก็คงเหมือนหมาตายตัวหนึ่ง ไม่มีใครสนใจทั้งนั้น” แพงน้ำตา คลอ จนแม่เล้าตกใจเสียงอ่อนลง ถามว่าเอ็งจะเรียนวิชา หาผัวไปทำไม

“หากจะเป็นผู้ชนะ ฉันเหลืออาวุธเพียงอย่างเดียวคือร่างกายและความเป็นหญิงของฉัน สอนฉัน แล้วฉันจะทำงาน กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักเสื้อผ้าให้พี่โดยไม่คิดเงิน”

แพงทำให้แม่เล้าใจอ่อนจนได้ สอนวิชาให้ครบกระบวนการ โดยเริ่มจากพาไปอาบน้ำขัดถูเนื้อตัวด้วยเครื่องประทินโฉมนานา ล้วนเป็นสมุนไพรชั้นดีสำหรับผิวพรรณ เธอสั่งแพงขัดถูให้สะอาดทุกซอกทุกมุม เพราะผิวนุ่มนวลของหญิงคือไม้พลอง ปลายผมและกายหอมคือคมดาบ กิริยาชะม้อยชม้ายคือคมมีด

“แล้วสูงสุดแห่งความเป็นหญิงล่ะ”

“สูงสุดแห่งวิถีหญิง คือวิชาปรนเปรอชายบนเตียง มันคือปืนใหญ่ คือระเบิดพลุตะไล แม้กำแพงแข็งยังพังทลาย แล้วชายใดเล่าจะทนไหว”

แพงยิ้มกริ่ม มั่นใจว่ามาหาถูกคนแล้ว ตนต้องได้วิชาติดตัวคราวนี้เป็นแน่แท้...เมื่อเสร็จสิ้นสมใจ แพงกลับไปจัดแจงเปลี่ยนตัวเองใหม่หมด แต่งตัวเซ็กซี่ด้วยกางเกงขาสั้น ทรงผมใหม่ หน้าตาแต่งแต้มสีสันชวนมอง ทั้งกิริยาก็อ่อนช้อยยั่วยวนกว่าเดิม

พึ่งกับนวลเห็นแพงในมาดใหม่ถึงกับตะลึงลาน แต่พอหายตะลึง พึ่งจิกด่าลูกสาว ขณะที่นวลบอกว่า ถ้าคุณหญิงอบเชยกับแม่เพ็ญของตนอยู่ เห็นแพงแต่งตัวและจริตจะก้านแบบนี้ มีหวังได้หลังลายอีกรอบ

แพงไม่สนคำใครทั้งนั้น ตกบ่ายมันแอบไปเฉิดฉายให้คุณหลวงได้เห็นความงาม ซึ่งก็ได้ผล คุณหลวงขับรถเข้าบ้านเหลือบเห็นแพงแถวพุ่มไม้ เขามองสาวงามตาแทบกลับ จำไม่ได้ว่าใคร กระทั่งทำให้รถตัวเองเป๋ไม่ตรงทาง เสยเอากระถางต้นไม้ทั้งที่บ่าวตะโกนให้ระวังแล้วเชียว

สมใจไปแล้วขั้นหนึ่ง วันต่อมาแพงมุ่งหน้าไปคอกม้า นายกล้าเห็นความเปลี่ยนแปลงของแพงให้แปลกใจ แต่ไม่ชมหรือพูดอะไร นอกจากตอบคำถามแพงว่าม้าตัวนี้เป็นของคุณหลวง ท่านจะพามันไปออกกำลังในสวนริมน้ำ

แพงสบโอกาสแอบไปดักรอคุณหลวงแถวลำธาร ไม่ช้าไม่นานคุณหลวงขี่ม้ามาถึงแล้วผูกมันไว้กับต้นไม้ ไม่ทันจะทำอะไรต่อ เขาได้ยินเสียงคนเดิน หันขวับไปดูก็พบแพงในชุดเน้นสัดส่วนนวยนาดมาหา ก่อนพูดจามอบกายถวายตัวบำเรอเขาอย่างไม่มียางอาย และเข้ากอดรัดยั่วยวนเต็มที่ คุณหลวงตกใจจะผละหนีแต่แพงไม่ปล่อยมือ แถมยังเชิญชวนด้วยสายตา ปลดเสื้อผ้าตัวเองออกหมด แล้วพาเขาลงน้ำไปด้วยกัน

แพงระดมจูบคุณหลวงอย่างรักใคร่โหยหา คุณหลวงปัดป้องด้วยท่าทีตกใจ แพงยิ่งรุกหนัก แต่ไม่สำเร็จเพราะคุณหลวงนึกถึงดวงหน้าของเมียแล้วทำไม่ลง เขาผลักแพงออกห่าง บอกว่าทำไม่ได้ ข้าทำให้แม่ชื่นเสียใจไม่ได้ แพงผงะแทบกรี๊ด คุณหลวงรีบหนีขึ้นจากน้ำแล้วควบม้าจากมาโดยไม่สนเสียงตะโกนของแพง

เช้าอีกวัน แพงมาปรนนิบัติชื่นกลิ่นเหมือนเคย หน้าตาแพงเศร้าหมองเสียใจที่เมื่อวานโดนคุณหลวง ปฏิเสธ ช่วงหนึ่งแพงกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทำให้ชื่นกลิ่นสงสัยถามแพงว่าเป็นอะไร

“แค่ไม่สบายน่ะเจ้าค่ะ” ตอบเสร็จแพงน้ำตาร่วงลงมาอีกด้วยความน้อยใจที่มีต่อคุณหลวง ส่วนคุณหลวงนั่ง คอแข็งเพราะรู้ดีว่าแพงเป็นอะไร พอบัวสวรรค์เหลือบมองมา เขารีบก้มหน้าทานข้าว พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

ooooooo

ทันทีที่คุณหญิงอบเชยกับนางเพ็ญบ่าวคู่ใจพากันกลับจากบ้านสวน ชื่นกลิ่นวิ่งออกมากอดมารดาด้วยความคิดถึง บ่นคุณแม่กลับช้าตั้งเกือบสัปดาห์ ลูกจะ ตายเสียให้ได้ ถ้าไม่โทรเลขไปก็คงยังไม่กลับ คุณหญิงกอดตอบลูกสาวสุดรักด้วยความเอ็นดู และว่าคุณยายไม่สบาย แม่กับนางเพ็ญวุ่นวาย ทั้งหาหมอ ทั้งเรือกสวนไร่นา อีกสามวันก็ต้องลงไปใหม่

ขณะพูดกับลูกสาว คุณหญิงมองไปเห็นแพงในมาดใหม่ สะดุดตาจนร้องเอ๊ะ ทำให้ชื่นกลิ่นสงสัย แต่แม่บอกไม่มีอะไร ลูกจึงชวนแม่เข้าไปคุยข้างใน อยากรู้เรื่องคุณยายป่วย

คุณหญิงนำผลไม้จากสวนมามากมาย พึ่งกับแพงช่วยกันขนมาโรงครัว แต่แพงเกี่ยงแม่ว่าตนไม่ช่วยดองมะม่วงเดี๋ยวมือเหลือง พึ่งหมั่นไส้ด่าเป็นชุดว่าแพงดัดจริต หมู่นี้เป็นอะไร บ้าแต่งตัวอยู่ได้ ทำงานสะดวกที่ไหน แต่งไปเดี๋ยวก็สกปรก เราน่ะมันคนใช้เขานะ

“แม่ต่างหากคนใช้ ฉันน่ะลูกท่านเจ้าคุณ แล้วอีกหน่อย...” แพงยั้งปากไว้ไม่พูด ก็พอดีคุณหญิงเยื้องย่างมาพร้อมเพ็ญ คุณหญิงเร่งให้แพงพูดต่อ แต่แพงไม่ตอบ สีหน้าท่าทีตกใจไปกันทั้งแม่ทั้งลูก

“บอกเขาไปสิว่าตอนนี้ลูกเจ้าคุณ อีกหน่อยก็จะเป็นเมียน้อยคุณหลวง” เพ็ญเอ่ยขึ้นด้วยความชิงชังอีแพง

“แพงแค่ล้อเล่นเจ้าค่ะ ไม่ได้จะพูดแบบนั้นนะเจ้าคะ” แพงละล่ำละลัก

“กลับมาคราวนี้เอ็งดูเปลี่ยนไปนะ...แม่เพ็ญ เอ็งว่าอีแพงมันดูสวยขึ้นไหม”

“สวย...สวยเหมือนพวกช็อกกาหรี่ที่ซ่องแถวสำเพ็ง”

แพงสะดุ้งด้วยความแค้น แต่จำต้องก้มหน้ายอมทุกอย่าง คุณหญิงรู้ทันว่าแพงลุกขึ้นมาแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้ด้วยเหตุผลใด แต่แพงไม่ยอมรับ และว่าถ้าคุณหญิงไม่อยากให้แต่ง ตนไม่แต่งก็ได้

“เอ...แต่สำหรับวันนี้ ที่แต่งมาแล้วจะทำยังไงดีนะ” พูดขาดคำ คุณหญิงหันไปคว้าไหปลาร้ามาเทใส่เสื้อแพงจนเลอะทั้งตัว แพงตกใจลุกขึ้นสะบัด ส่วนพึ่งร้องเอะอะเพราะคาดไม่ถึง

“ปลาร้าหลังตลาดบ้านเรานี่มันเหม็นสะใจข้าจริงๆ”

เท่านั้นยังไม่พอ คุณหญิงคว้ากรรไกรมาถืออย่างน่ากลัว ไม่ฟังเสียงขอร้องวิงวอนของพึ่งที่ไม่ให้ทำอะไรลูกของตน ส่วนเพ็ญช่วยนายจับอีแพงไว้มั่น จากนั้นคุณหญิงตัดผมของแพงจนแหว่งไปทั้งหัว อยากรู้ว่ามันยังจะสวยอยู่ได้อีกไหม

แพงทำอะไรไม่ได้ นอกจากทรุดลงร้องไห้โฮอยู่ กับพื้น พึ่งมองลูกอย่างเวทนาสงสาร น้ำตาร่วงอย่างสุดจะกลั้น

“ฮึ...คราวนี้ต่อให้แกลุกขึ้นมาแต่งยังไง ก็อย่าหวังว่าจะสวยได้อีก แม่เพ็ญลากมันออกไปหน้าบ้าน”

เพ็ญทำตามคำสั่งคุณหญิงทันที ลากข้อมือแพงออกไปทิ้งไว้ตรงเฉลียงหน้าบ้าน เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาได้เห็นความน่าเกลียดน่าชังของมัน

“ทิ้งมันไว้ตรงนี้ เอ็งจะต้องนั่งตรงนี้ห้ามไปไหน จนกว่าจะถึงเที่ยงคืน” คุณหญิงประกาศิต

ไม่ทันไร นวลและคนใช้ทั้งชายหญิงต่างวิ่งออกมา ทั้งดูทั้งวิพากษ์วิจารณ์ แพงอับอายทุกคนมากเพราะตัวเหม็นปลาร้า ผมเผ้าแหว่งเหมือนหนูแทะ